ตำรวจยังไม่พบหญิงสาวหายตัวปริศนาระหว่างเดินทางไปที่ญี่ปุ่น

ในวันที่ 15 ตุลาคมตอนล่าสุดศึกษาได้มีการรายงานว่านางสาวอุษาได้เข้าไปให้ปากคำกับพันตำรวจโทปราโมทย์ชื่นตาซึ่งเป็นรองผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองอุบลราชธานีหลังจากเข้าแจ้งความให้ช่วยติดตามน้องสาวนางสาวอัจฉรา อายุ 29 ปี ที่แจ้งว่าจะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก่อนจะหายตัวไปกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาค่ะ รับหัวหน้าชุดสอบสวนได้เผยว่าจากการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานได้ทราบว่านางสาวอัจฉราถูกชักชวนจากเพื่อนเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นโดยยังไม่ทราบว่าไปเที่ยวหรอไปทำงานเนื่องจากขณะนี้ยังติดต่อทั้งสองคนไม่ได้ค่ะ และในขณะเดียวกันนานได้ทราบว่ามีสื่อมวลชนของประเทศญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเพื่อใช้เป็นข้อมูลนำเสนอข่าวนี้ด้วยค่ะ ตำรวจยังได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแจ้งทางญี่ปุ่นให้ช่วยติดตามตัวโดยทหารมีเบาะแสก็สามารถติดต่อมาได้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานีเนื่องจากขณะนี้ทางญาติกังวลว่าอาจจะถูกล่อลวงจากขบวนการค้ามนุษย์นั่นเองค่ะ

ชาวบ้านต่างสาปแช่ง หนุ่มจอดทุบรูปปั้น เจ้าพ่อไก่

และในวันที่ 15 ตุลาคมจากคลิปของกล้องวงจรปิดของอบต.ดอนศรีชุมตำบลดอนศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ที่ได้จากภาพชาย 2 คนที่ขับรถยี่ห้อมิตซูบิชิสีขาวตอนเดียวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดบริเวณรูปปั้นไก่หรือว่าเจ้าพ่อไก่ปากทางเข้าบ้านจำไก่ก่อนที่ชายผู้ต้องสงสัยเป็นคนขับรถและลงเดินลงมาคาดว่าจะเข้าไปพบและใช้เท้าถีบทำไมรูปปั้นไก่ชนพังเสียหายก่อนที่จะโยนรูปปั้นไก่ ที่เป็นรัศมีของกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ค่ะ แล้วจากนั้นก็เดินข้ามไปทำลายรูปปั้นไก่อีกฝั่งของถนนรองสามารถจับภาพได้ทั้งๆที่จะชัดเจนก่อนจะขับรถหลบหนีไปที่บ้านจำไก่ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 1. 25 นาที ของวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาในขณะที่ได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจดอกคำใต้ค่ะ รูปปั้นไก่หรือว่ารูปปั้นเจ้าพ่อไก่ตั้งอยู่ปากทางเข้าบ้านจำไก่ชาวบ้านจำไก่ และอบตสันโค้งก็ได้ร่วมกันสร้างเป็นสัญลักษณ์เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านที่ผ่านมาก้อนเห็ดต่างๆไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติการเจ็บป่วยไม่สบายคอมเพล็กซ์หลานที่ได้ไปสมัครงานทำงานที่บนบานศาลกล่าวเจ้าพ่อไก่ก็ได้ตามที่ขอขอให้เป็นศรัทธาและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาวบ้านจำไก่แล้วมือการเกษตรเครื่องทอดชาวบ้านเกิดความโกรธแค้นและไม่พอใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวขอให้ตำรวจเร่งหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วค่ะ

ยายวัย 79 ปี หายไปจากบ้านพักคนชราอาจจะถูกจระเข้กินแล้ว

และทางด้านนางแอนน์ คาเมรอน ซึ่งเป็นหญิงชาวออสเตรเลียวัย 79 ปี ที่มีอาการป่วยจากโรคสมองเสื่อมได้หายตัวไปจากบ้านร่องรอยจากบ้านพักคนชรา อยู่ที่ชานเมืองพอร์ตดักลาสในรัฐควีนสแลนด์ประเทศออสเตรเลียตั้งแต่วันอังคารที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาแล้วซึ่งได้พบไม้เท้าที่มีชื่อของคุณยายคาเมรอนและเสื้อผ้าบางชิ้นตกอยู่ ใกล้กับบึงน้ำที่มีจระเข้อาศัยอยู่ทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่าคุณยายท่านจะร้อนอาจจะถูกจระเข้กินแต่แล้วก็ได้ค่ะ สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐควีนสแลนด์ได้ระบุอีกว่าเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนที่คาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ในบริเวณดังกล่าวได้มีการส่งไปตรวจที่เมืองแกนแล้วผลการตรวจเบื้องต้นด้วยคำว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์จริง แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นของคุณยายคาเมรอนอยากลองหรือเปล่าค่ะ แล้วทำได้เท่าที่ด่านสัตว์ป่าก็ได้เข้ามาช่วยเหลือจองที่ตำรวจในการค้นหาจระเข้และบริเวณดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียก็ยังไม่ก็ยังมีความหวังที่จะตามหาคุณอยากทำร่อนจนพบขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งนี้ขึ้นมาทำร่อนก็เพิ่งเข้ามาอยู่ที่บ้านพักคนชราได้เพียงแค่ 10 วันเท่านั้นก่อนที่จะหายตัวไปและยังไม่มีใครพบด้วยค่ะ